หอเอนเมืองปีซา (The Leaning Tower of Pisa) | |
| หอเอนเมืองปีซา ตั้งอยู่ที่เมืองปีซา ประเทศอิตาลี เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสูง 181 ฟุต เริ่มสร้างเมื่อค.ศ. 1174 แต่การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงเมื่อก่อสร้างไปได้ประมาณ 4-5 ชั้น เนื่องจากพื้นดินใต้อาคารเริ่มยุบลงจากการที่รากฐานของอาคารไม่มั่นคงพอ อย่างไรก็ตามต่อมาได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยเมื่อปีค.ศ. 1350 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนของโครงสร้างด้านบนไปจากแผนผังเดิมเพื่อถ่วงดุลกับการเอียงของหอ โดยรวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 176 ปี แต่ตัวหอก็ยังเอนไปจากแนวตั้งฉากถึง 14 ฟุตปัจจุบันนี้ได้ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมข้างบนแล้ว เนื่องจากว่าหอจะเอนลงเรื่อยๆ ซึ่งบรรดาวิศวกรกำลังหาทางที่จะหยุดยั้งการเอนและอนุรักษ์ให้มีสภาพเอียงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชมไปอีกนานๆ สำหรับหอเอนปิซานี้ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้สวยงามมาก ณ ที่หอเอนปิซาแห่งนี้เป็นที่ที่กาลิเลโอขึ้นไปทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลก | |
วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
หอเอนเมืองปีซา
วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
กิจกรรมท้ายหน่อยข้อ 1-9
1.กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร มีองค์ประกอบอ่ะไรบ้าง
ตอบ คือกระบวนการจัดการข้อมูลข่าวสารโดยการนำเข้าข้อมูลดิบ ให้ผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อเพิ่ม คุณค่าให้แก่ข้อมูล มีองค์ประกอบคือ การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบ การประมวลผล และการเผยแพร่สารสนเทศ
2.จงให้คำนิยามของสิ่งต่อไปนี้ พร้อมแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ตอบ 1) ข้อมูล = เป็นข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต้องผ่านการประมวลผลให้เป็นสารสนเทศก่อน
2) สารสนเทศ = คือข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว ทำให้เราได้รับความรู้จากสารสนเทศนั้นๆ
3) ความรู้ = สิ่งที่เราได้รับรู้แล้วเป็นประโยชน์จากสารสนเทศ
3.จงยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของ นร. ว่า ความรู้ช่วยในการตัดสินใจอย่างไร
ตอบ เช่นในการทำงาน เราต้องใช้ความรู้ในการตัดสินใจว่า งานของเราน่าจะออกมาเป็นแบบนี้หรือแก้ไขอย่างไร
4.การเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศมีวิธีการอย่างไร และเก็บไว้เพื่อประโยชน์อะไร
ตอบ เก็บโดยการสำเนาข้อมูลไว้และหมั่นตรวจสอบฐานข้อมูล เพื่อ รักษาข้อมูลที่เป็นประโยชน์
5.จากการเผยแพร่สารสนเทศมีวัตถุประสงค์อย่างไร และต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
ตอบ เพื่อต้องการให้คนอื่นได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ต้องคำนึงเกี่ยวกับ การกำหนดวัตถุประสงค์ คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย ต้องเลือกใช้สื่อและรูปแบบที่เหมาะสม และคำนึงถึงประเด็นทางกฎหมาย
6.จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อนักเรียนพบปัญหา ตามปกตินักเรียนจะหาคำตอบให้แก่ปัญหานั้นด้วยวิธีใดบ้าง จงบอกมา 3 วิธี พร้อมทั้งบอกว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
ตอบ คิดด้วยตัวเอง - ทำให้เรามั่นใจในวิธีการของเรา แต่ อาจมีข้อบกพร่องเยอะ
ช่วยคิดกับเพื่อน - ทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ อาจเกิดข้อโย้แย้งขึ้นได้
ขอคำปรึษาจากอาจารย์ - ทำให้ได้วิธีการที่น่าจะเป็นไปได้และน่าเชื่อถือ บางทีอาจเป็นวิธีการที่ยากๆ
7.ปัญหาง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องใช่วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ จำเป็นเพราะ บางทีปัญหาง่ายๆถ้าผิดพลาดไปอาจเกิดผมเสียหายมาก
8.การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร จงอธิบาย และมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ 1.วิเคราะปัญหา > หาแนวทางแก้ปัญหา > กำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหา > พิจารณาแนวทางแก้ปัญหา > พิจารณามาตรการแก้ปัญหาว่าเพียงพอหรือไม่ จึงทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีระบบ
9.จงยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการแก้ปัญหาที่นักเรียนได้พบเห็นมาโดยเล่าเรื่องราวพอสังเขปและวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ เรื่องการซ่อมท่อน้ำทิ้ง โดยช่างวางแผนอย่างเป็นระบบแต่ ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุจึงไม่เหมาะสม เพราะควรแก้ที่ต้นเหตุ
ตอบ คือกระบวนการจัดการข้อมูลข่าวสารโดยการนำเข้าข้อมูลดิบ ให้ผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อเพิ่ม คุณค่าให้แก่ข้อมูล มีองค์ประกอบคือ การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบ การประมวลผล และการเผยแพร่สารสนเทศ
2.จงให้คำนิยามของสิ่งต่อไปนี้ พร้อมแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ตอบ 1) ข้อมูล = เป็นข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต้องผ่านการประมวลผลให้เป็นสารสนเทศก่อน
2) สารสนเทศ = คือข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว ทำให้เราได้รับความรู้จากสารสนเทศนั้นๆ
3) ความรู้ = สิ่งที่เราได้รับรู้แล้วเป็นประโยชน์จากสารสนเทศ
3.จงยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของ นร. ว่า ความรู้ช่วยในการตัดสินใจอย่างไร
ตอบ เช่นในการทำงาน เราต้องใช้ความรู้ในการตัดสินใจว่า งานของเราน่าจะออกมาเป็นแบบนี้หรือแก้ไขอย่างไร
4.การเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศมีวิธีการอย่างไร และเก็บไว้เพื่อประโยชน์อะไร
ตอบ เก็บโดยการสำเนาข้อมูลไว้และหมั่นตรวจสอบฐานข้อมูล เพื่อ รักษาข้อมูลที่เป็นประโยชน์
5.จากการเผยแพร่สารสนเทศมีวัตถุประสงค์อย่างไร และต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
ตอบ เพื่อต้องการให้คนอื่นได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ต้องคำนึงเกี่ยวกับ การกำหนดวัตถุประสงค์ คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย ต้องเลือกใช้สื่อและรูปแบบที่เหมาะสม และคำนึงถึงประเด็นทางกฎหมาย
6.จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อนักเรียนพบปัญหา ตามปกตินักเรียนจะหาคำตอบให้แก่ปัญหานั้นด้วยวิธีใดบ้าง จงบอกมา 3 วิธี พร้อมทั้งบอกว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
ตอบ คิดด้วยตัวเอง - ทำให้เรามั่นใจในวิธีการของเรา แต่ อาจมีข้อบกพร่องเยอะ
ช่วยคิดกับเพื่อน - ทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ อาจเกิดข้อโย้แย้งขึ้นได้
ขอคำปรึษาจากอาจารย์ - ทำให้ได้วิธีการที่น่าจะเป็นไปได้และน่าเชื่อถือ บางทีอาจเป็นวิธีการที่ยากๆ
7.ปัญหาง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องใช่วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ จำเป็นเพราะ บางทีปัญหาง่ายๆถ้าผิดพลาดไปอาจเกิดผมเสียหายมาก
8.การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร จงอธิบาย และมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ 1.วิเคราะปัญหา > หาแนวทางแก้ปัญหา > กำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหา > พิจารณาแนวทางแก้ปัญหา > พิจารณามาตรการแก้ปัญหาว่าเพียงพอหรือไม่ จึงทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีระบบ
9.จงยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการแก้ปัญหาที่นักเรียนได้พบเห็นมาโดยเล่าเรื่องราวพอสังเขปและวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ เรื่องการซ่อมท่อน้ำทิ้ง โดยช่างวางแผนอย่างเป็นระบบแต่ ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุจึงไม่เหมาะสม เพราะควรแก้ที่ต้นเหตุ
วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556
เข้าค่ายลูกเสือของ ม.2 ทีค่าย ต.ช.ด. กองร้อย 343
การเข้าค่ายครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่า การเข้าค่ายลูกเสือนั้นทำให้เราได้ฝึกความอดทนอดกั้น และความเสียสละ ความพยายาม และได้ทำอาหารด้วย การเข้าค่ายลูกเสือครั้งนี้
วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556
แก๊สโซลีน
น้ำมันเบนซิน ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เรียกว่า แก๊สโซลีน ในประเทศเครือจักรภพอังกฤษเรียกว่า เพทรอล เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับใช้กับเครื่องยนต์สันดาปภายใน ชนิดเบนซีน
แก๊สโซลีนได้มาจากการนำน้ำมันองค์ประกอบ ที่ได้จากจากกระบวนการกลั่นน้ำมัน นำมาผสมสารเพิ่มคุณภาพ และสารเติมแต่ง เช่น MTBE, เอทานอล และสีย้อม
การวัดคุณภาพของน้ำมันเบนซิน ใช้ค่าออกเทน ซึ่งในสมัยก่อนใช้วิธีเติมตะกั่วลงไปเพื่อปรับค่าออกเทน แต่ต่อมาได้วิจัยพบว่าเป็นอันตรายต่อระบบประสาทของมนุษย์ ปัจจุบันจึงได้ใช้สาร MTBE (Metyl Tertiary Butyl Ether) แทน และมีชื่อเรียกในประเทศไทยว่า น้ำมันไร้สารตะกั่ว
ในประเทศไทย เรียกน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนี้ว่าเบนซิน (Benzin, Bensin) ตามอย่างประเทศแถบยุโรป เช่น สแกนดิเนเวีย เยอรมนี
น้ำมันเบนซิน (gasoline) ส่วนประกอบ paraffin, aromatic, olefins และ ส่วนผสมจากกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ ได้แก่ - LSR - Catalytic reformat - Catalytic cracked gasoline - Thermally cracked gasoline - Hydro cracked gasoline - Alkylate - Polymerized gasoline - Isomerizes gasoline สารเติมแต่งที่สำหรับ gasoline - Antiknock compound ใส่เพื่อเพิ่มค่าออกเทน ซึ่งเมื่อก่อนจะใช้สารพวกตะกั่วแต่ปัจจุบันยกเลิกแล้ว จึงหันมาใช้พวก organo-manganese compound แทน - Anti- Oxidant ใส่เพื่อป้องกันการเกิดยางเหนียว - Oxygenates จะช่วยลดปริมาณคาร์บอนและช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำมัน นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มค่าออกเทน - Paint ใส่เพื่อช่วยแยกเกรดของน้ำมัน - Detergent และ Dispersant จะช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด ซึ่งจะเป็นสารพอลิเมอร์ชนิดพิเศษ วัตถุ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)