วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ที่มาของ Google


ต้นกำเนิดกูเกิล

กูเกิลเริ่มก่อตั้งเมื่อ มกราคม พ.ศ. 2539 จากโครงงานวิจัยสำหรับดุษฎีนิพนธ์ของ แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน นักศึกษามหาวิทยาลัยปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดจากสมมุติฐานของเสิร์ชเอนจินที่สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของของเว็บไซต์ มาจัดอันดับการค้นหาที่เรียกว่าเพจแรงก์ โดยชื่อเสิร์ชเอนจินที่ตั้งมาในตอนนั้นชื่อว่า "แบ็กรับ" (BackRub) ตามความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลการลิงก์ย้อนกลับไป (back links) เพื่อวิเคราะห์ความสำคัญของแต่ละเว็บไซต์โดยเว็บไซต์ที่มีเว็บไซต์อื่นลิงก์เข้ามาหามากที่สุด จะเป็นเว็บไซต์ที่มีความสำคัญสูงสุด และจะถูกจัดอันดับไว้ดีกว่า โดยทั้งคู่ได้ทดสอบเสิร์ชเอนจิน โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัยสแตนพอร์ดในชื่อโดเมนว่า google.stanford.eduและต่อมาได้จดทะเบียนบริษัทกูเกิล (Google Inc.) ในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2541 โดยใช้โรงจอดรถของเพื่อนที่เมืองเมนโรพาร์กเป็นสำนักงานโดยในขณะนั้นมีพนักงาน 4 คนซึ่งรวมบรินและเพจ และชื่อโดเมน google.com ได้ถูกจดทะเบียนเมื่อวันที่ 15 กันยายน ในขณะเดียวกันทั้งคู่ได้ลาพักการเรียน และใช้เวลาในการพัฒนาหาเงินทุนพัฒนาจากครอบครัว เพื่อนฝูง และนักลงทุน เป็นจำนวนเงินกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงเช็กเงินจาก แอนดี เบกโทลไชม์ ผู้ก่อตั้งซันไมโครซิสเต็มส์
ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2542 บริษัทได้ย้ายไปยังเมืองแพโลอัลโทที่ตั้งของบริษัทคอมพิวเตอร์หลายแห่ง ซึ่งต่อมากูเกิลได้ย้ายบริษัทอีกครั้งไปยังเมืองเมาน์เทนวิว ไปยังสำนักงานใหม่ในชื่อเล่นว่ากูเกิลเพล็กซ์ ซึ่งในปี 2543 กูเกิลได้เปิดธุรกิจในส่วนโฆษณาในชื่อ แอดเวิรดส์ และ แอดเซนส์ โดยเป็นการโฆษณาผ่านคำค้นหา ซึ่งทำให้ข้อความโฆษณาตรงกับความต้องการของผู้ค้นหาเนื้อหาในเว็บไซต์ และสองส่วนนี้กลายมาเป็นธุรกิจหลักของกูเกิลร่วมกับตัวเสิร์ชเอนจิน
เดือนพฤษภาคม 2543 กูเกิลได้มีผู้ใช้งานค้นหาคำมากกว่า 18 ล้านคำต่อวัน ซึ่งกลายมาเป็นเซิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของโลก และในเดือนมีนาคม 2544 เอริก ชมิดต์ อดีตผู้บริหารบริษัทโนเวลล์ และผู้บริหารระดับสูงของซันไมโครซิสเต็มส์ได้เข้ามาร่วมงานกับกูเกิลในตำแหน่งประธานบริหาร

การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์


การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์              กำลังสองสมบูรณ์ คือ พหุนามดีกรีสองที่แยกตัวประกอบแล้วได้ตัวประกอบเป็นพหุนามดีกรีหนึ่ง         ซ้ำกัน
             ดังนั้น พหุนามดีกรีสองที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์แยกตัวประกอบได้ดังนี้
                  x2 + 2ax + a2 = ( x + a )2
                  x2 – 2ax + a2 = ( x – a )2
             ดังนั้น พหุนามดีกรีสองที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์แยกตัวประกอบได้ดังนี้                  x2 + 2ax + a2 = ( x + a )2                  x2 – 2ax + a2 = ( x – a )2             ดังนั้น พหุนามดีกรีสองที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์แยกตัวประกอบได้ดังนี้                  x2 + 2ax + a2 = ( x + a )2                  x2 – 2ax + a2 = ( x – a )2             ดังนั้น พหุนามดีกรีสองที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์แยกตัวประกอบได้ดังนี้                  x2 + 2ax + a2 = ( x + a )2                  x2 – 2ax + a2 = ( x – a )2                   รูปทั่วไปของพหุนามที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์คือ a2 +2ab + b2 และ a2 -2ab +b2 เมื่อ a  และ b  เป็นพหุนาม  แยกตัวประกอบได้ดังนี้              สูตร a2 +2ab + b2 = ( a + b )2
                    a2 -2ab +b2 = (a-b)2
                    a2 -2ab +b2 = (a-b)2                    a2 -2ab +b2 = (a-b)2

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ข้อดี-เสียของ เกมออนไลน์

ข้อดีหรือประโยชน์ในการเล่นเกมออนไลน์ - บทความที่มีประโยชน์ ถ้าเป็นไปได้สต๊าฟช่วยเน้นสีของชื่อกระทู้ทีนะคะ
ก่อนอื่นเลย ต้องขอยกเครดิตให้ พี่เฟิร์นแห่งบอร์ด MUNDEE ด้วยนะคะ[Fernnieจากคอลั่ม ฟ.เฟิร์นหลุดเฟรม ในหนังสือลิเนจ2รายสัปดาห์ญี่ห้อหนึ่ง] พอดีได้อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันทีเลยค่ะ จะมีซักกี่คนที่ทำได้ทั้งหมดนี้ แล้วจะมีซักกี่คนที่อ่านบทความนี้จนจบ

ข้อดีหรือประโยชน์ในการเล่นเกมออนไลน์ 

1. เพิ่มทักษะและความสามารถในการพิมพ์ดีด 
มีเด็กที่เริ่มเล่นเกม จากการไม่เคยสัมผัส แป้นพิมพ์มาก่อนเลย ไม่เคยเรียนพิมพ์ดีด แต่ทุกคนสามารถพิมพ์ดีดได้คล่องแคล่วหลังจากเล่นเกม เพราะเกิดจากความคุ้นเคยนั่นเอง

2. ฝึกการวางแผน สำหรับเกมประเภทวางแผน และการวางแผนการเล่นในเกมทั่วๆไป 
ตั้งแต่การเลือกตัวละคร วางแผนการหาสถานที่ หรือฉาก ในการเก็บเลเวล ให้เหมาะสม เพราะถ้าเลเวลน้อยแล้วไปเก็บในฉากยาก ก็ไม่ได้ ..และการเก็บเลเวลในฉาก 
ที่เหมาะสม หรือสู้กับมอนสเตอร์ ที่เหมาะสม จะทำให้เลเวลขึ้นเร็ว ทำให้เราเก่งเร็วขึ้น รวมถึงเกม โกะ ออนไลน์ ที่เป็นเกมกีฬาประเภทวางแผนอยู่แล้ว

3. ฝึกการทำงานเป็นทีม และรู้จักแบ่งหน้าที่ 
เพราะตัวละครแต่ละตัว มีจุดเด่น หรือมีความเก่งกาจ ต่างกันออกไป เช่น เล่นเป็นอาชีพพ่อค้า 
ก็จะต่อสู้ไม่เก่ง แต่จะเด่นด้านค้าขาย ซื้อของได้ราคาถูก หาเงินเข้าทีมได้เยอะ ส่วนอาชีพไฟท์เตอร์ก็เด่นด้านต่อสู้ มีความอดทน ต้องเป็นกองหน้าให้เพื่อนๆ 
ส่วน อาชีพอื่น ที่อ่อนแอกว่า เช่น อาชีพ วิซาร์ด หรือนักเวทย์ ที่สามารถโจมตีได้รุนแรง โจมตีระยะไกล แต่พลังป้องกันต่ำ จะตายได้ง่าย จึงต้องมี ไฟท์เตอร์คอยกันด้านหน้า

4. ฝึกทักษะ ทางด้านการค้า 
ทักษะด้านการค้า สามารถฝึกได้ในหลายๆเกม แต่จะสมจริงมากที่สุดในเกม แรคนารอคออนไลน์
- ตั้งแต่ความสามารถของอาชีพพ่อค้าแม่ค้า ที่ซื้อของจาก npc (ตัวละครในเกม) ในราคาถูกกว่าอาชีพอื่นๆ และสามารถนำมาตั้งร้านเป็นของตัวเอง เพื่อเก็งกำไรขายต่อได้ 
- รวมถึงการตั้งร้านรับซื้อของ ที่อาชีพอื่นๆหามาได้
- ฝึกคำนวณราคาต้นทุนที่ซื้อมา และราคาขาย 
- การตั้งชื่อร้านโฆษณาให้ดึงดูดใจลูกค้า 
- การบริการหรือคุยกับลูกค้า ผูกมิตร ให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและเป็นลูกค้าประจำ 
- การรับซื้อของร้อน(ในที่นี้คือ รับซื้อของที่ผู้ขายต้องการขายเพราะต้องการเงิโดยด่วน มักจะต้องเสนอราคาแข่งกับร้านอื่นๆ ให้ได้ราคาที่เหมาะสมตามต้องการ)
- การปั่นราคา Item หรือราคาสินค้า ทั้งนี้ต้องดูราคาตลาดโดยรวม เพื่อ ให้ราคาสินค้านั้นๆสูงขึ้นเมื่อของหายาก ในขณะเดียวกัน สินค้าที่เริ่มมีมาก จนล้นตลาด ราคาจะถูกลง
- การรับจ้างหาเงินในรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัว เช่น อาชีพ priest สามารถ เปิดวอร์ป warp คือการเคลื่อนย้าย บุคคลไปยังเป้าหมายหรือสถานที่ที่
ต้องการ เพียงวินาทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นไปทีละคน หรือไปเป็นทีม ถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องเดินหรือวิ่งไกลๆ จึงสามารถ เปิดเป็นบริการขาย Warp ได้ 
ซึ่งข้อนี้เปรียบเสมือนการมองช่องทาง หรือสร้างโอกาสทางธุรกิจ

- การเก็งราคาสินค้า เด็กๆที่มีความสามารถด้านการค้า จะมองการณ์ไกล ว่าต่อไปจะมีอะไรใหม่ๆเข้ามา หรือสินค้าตัวไหน ที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคตอันใกล้ จึงมีการกักเก็บสินค้าไว้ในโกดัง เพื่อเก็งราคาสินค้าให้ได้ราคาดี
*รายละเอียดเรื่องการค้าขาย ที่ได้จากการเล่นเกมนี้ ยังมีอีกเยอะ ซึ่งเด็กๆ ที่เล่นเกมนี้ โดยมีผู้ปกครองชี้แนะ จะได้ประโยชน์หรือทักษะด้านการค้า การหาโอกาสทางการค้า การสังเกต demand&supply ได้มากเลยทีเดียว

5. ฝึกการเข้าสังคม
เนื่องจากเกมออนไลน์เป็นเกมที่ต้องเล่นกับผู้อื่น จึงต้องมีการปรับตัว มีการทักทาย เพื่อทำความรู้จักเพื่อนใหม่ เด็กต้องรู้จักที่จะทักทายผู้อื่นก่อน การให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะต้องเล่นเกมด้วยกัน

6. ฝึกการขอโทษ และให้อภัยผู้อื่น
การเล่นเกมออนไลน์ ต้องเล่นกับผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ล็อคอิน เข้าสู่เกม มาเล่นด้วยกันเป็นจำนวนมาก หลายๆคน อาจมีจุดประสงค์เดียวกัน มีการกระทบกระทั่งกันด้วยความไม่ตั้งใจ เช่น 
- นักเวทย์ กำลังยิงมอนสเตอร์อยู่ขณะที่กำลังร่ายเวทย์อยู่นั้น นักธนูซึ่งอยู่ใกล้กว่ามองไม่เห็น จึงยิงมอนสเตอร์ตัวเดียวกัน ในกรณีนี้ ต้องยอมให้อภัยกัน เพราะเกิดจาก 
ความ ไม่ ตั้งใจ 
- หรือบางคนไปสู้มอนสเตอร์ด้วยกันเป็นกลุ่ม หรือเป็นปาร์ตี้หมู่คณะ ขณะชุลมุนเกิดความงง จึงไปตีเอามอนสเตอร์ที่อีกกลุ่มหนึ่งกำลังตีอยู่ ผู้มาทีหลัง คือคนทีมาแจม 
ชาวบ้านเค้า ต้องกล่าวคำ “ขอโทษ” และผู้ที่ตีอยู่ก่อน ก็ต้องรู้จักให้อภัย เพราะเค้าไม่ได้ตั้งใจ เป็นต้น

7. ฝึกที่จะเป็นคนมีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือผู้เล่นใหม่ ไม่เห็นแก่ตัว
บ่อยครั้งที่เห็นผู้เล่นที่เพิ่งเริ่มเล่น ไม่เข้าใจในตัวเกม หรือ การใช้คำสั่งบนแป้นพิมพ์ ว่าต้องกดสั่งอย่างไร มีข้อสงสัยในเกม ต่างๆนานา และมีผู้เล่นที่มีน้ำใจ ตอบคำถาม ให้คำปรึกษา ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เกิดจากความมีอัธยาศัยดี แต่ก็มีเช่นกัน สำหรับผู้เล่นที่ไม่มีน้ำใจ และเห็นแก่ตัว เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันปลูกจิตสำนึก

8. ฝึกมารยาทในการเข้าสังคม และความอดกลั้น
ผู้เล่นสามารถเล่นเกม และฝึกตนเองให้เป็นคนมีมารยาทในการเข้าสังคม ไม่ว่าจะเป็นการทักทายด้วยวาจาสุภาพกับคนที่เพิ่งรู้จัก การพูดคำ “ขอบคุณ” เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่น เช่น
- ขณะที่ผู้เล่นคนหนึ่งกำลังตีมอนสเตอร์อยู่นั้น บังเอิญถูกรุม และใกล้จะแย่ ก็มีคนมาช่วยรักษา ช่วยฮีลเพิ่มเลือด หรือค่า hp ให้ ควรฝึกให้เป็นนิสัยในการ กล่าวคำว่า “ขอบคุณ”
- แต่ในขณะเดียวกัน สังคมเกมออนไลน์ก็เหมือนสังคมโลกภายนอก มีคนดี ย่อมมีคนไม่ดี หากมีคนพูดจาไม่ดี ผู้เล่นก็สามารถเลือกที่จะ อดกลั้น ต่อคำพูดไม่ดีนั้น และกล่าวคำที่ดีออกไป ทำให้เค้ารู้สึกผิด ที่พูดจาไม่ดี แทนที่จะกล่าวคำไม่ดีเช่นกัน อย่าลืมว่าการใช้ชีวิตในสังคมของโลกในเกม ก็เหมือนโลกในชีวิตจริง เหมือนสังคมที่ทำงาน สังคมที่โรงเรียน และอื่นๆ


9. ฝึกปฏิบัติตนตามกฎกติกาของสังคม
ทุกเกม มีกฎกติกามารยาทเป็นของแต่ละเกม ถ้าจะมองให้ดี มีทั้งกฎที่เป็นเหมือนกฎหมายของเกม เช่น ห้ามทำร้ายกัน หากคุณทำร้ายผู้อื่นจนตาย คุณก็จะถูกทุกคนในสังคมเกม รุมทำร้ายจนตายเช่นเดียวกัน แต่ของดี ไอเทมในตัวจะตกอีกต่างหาก เป็นต้น
แต่ในกฎที่เสมือนเป็นกฎทางสังคม ก็มี ใครจะเลือกปฏิบัติก็ได้ แต่ผู้เล่นที่ละเมิดกฎทางความคิดที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี ถูกประณาม และไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วย เช่น
- การเก็บของที่ไม่ใช่ของของตนเอง เก็บต่อหน้าต่อตาเจ้าของ ซึ่งโดยปกติผู้ที่ตีมอนสเตอร์แล้วของหรือไอเทมต่างๆ ตกลงมาต้องเป็นผู้ครอบครองของสิ่งนั้น ผู้เล่น ที่ไม่ได้ตีมอนสเตอร์แต่วิ่งไปเก็บของเค้ามา ภาษาในเกม เรียกว่า “การลูท” ถือว่าผิดกติกาสังคม เป็นต้น

10. ทำให้รู้จักเพื่อนใหม่ เกิดมิตรภาพที่ดี
เนื่องจากการไปเก็บเลเวล ต้องไปด้วยกัน ช่วยเหลือกัน เป็นทีม เกิดความเห็นอกเห็นใจกัน จึงทำให้ผู้เล่นที่คุ้นเคยกัน เกิดมิตรภาพที่ดีต่อกัน ผู้เล่นจำนวนมากที่เจอกันตามงานที่ค่ายเกมแต่ละเกมจัด แล้วได้พบปะเจอตัวจริง พูดคุยกันกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในโลกแห่งความเป็นจริง

11. รู้จักหักห้ามใจในของที่ไม่ใช่ของของตน
หลายๆครั้ง ที่ผู้เล่นมีโอกาสได้ของที่หายาก และราคาแพงในเกม แต่เนื่องจากการตกลง ที่เกิดขึ้นในทีม หรือ เพราะกติกาสังคมที่มีอยู่ ก็ต้องหักห้ามใจ ที่จะไม่เก็บของสิ่งนั้นมาเป็นของตัวเอง เช่น
a. เห็นผู้เล่นท่านอื่นพลาดท่าจากการโจมตีมอนสเตอร์ ของดีในตัวตก ทำอะไรไม่ได้ คนที่อยู่ใกล้เคียงก็ไม่ควรไปหยิบของของเค้า แล้วหนีไปถือเอาเป็นของตนเอง ทางที่ดีควรเก็บของและคืนให้เจ้าของจะดีกว่า
b. การไปเป็นหมู่คณะร่วมกันต่อสู้ ของที่ตกจากมอนสเตอร์ จะเข้าสู่ตัวผู้เล่นตามตกลงโดยอัตโนมัติ เช่น ตามลำดับรายชื่อ หรือสุ่ม แต่หากในกลุ่มมีการตกลงกัน ว่าใครที่ได้ของดี 2 ชิ้น ให้โอนชิ้นหนึ่ง ให้เพื่อนที่ยังไม่ได้ ผู้เล่นที่ได้ของดีดังกล่าว ก็ต้องทำตามที่ได้พูดคุยกันไว้ “ถือว่าเป็นการรักษาคำพูด” และรู้จัก “หักห้ามใจ”

12. ฝึกสมาธิ
เกมสามารถ ฝึกสมาธิให้เราได้เป็นอย่างดี เช่นประเภท เกมกีฬา เช่น ปังย่า (เกมกอล์ฟ) ทำให้เรารู้จักกติกาเกมกอล์ฟเสมือนจริง ฝึกสมาธิในการตีลูก ฝึกการคาดคะเน ความแรงในการตี ต้องใช้สมาธิมาก
หรือเกม O2Jam เป็นเกมประเภทดนตรี ต้องกดปุ่ม ถึง 8 ปุ่ม ให้เข้าจังหวะ ตามเพลงที่เลือก ต้องใช้สมาธิอย่างมาก เพราะถ้าพลาด 1 ตัวแล้วอาจจะรวน เพราะความตกใจ ต้องควบคุมอารมณ์ ให้นิ่ง ถือเป็นการฝึกสมาธิได้เป็นอย่างดีทีเดียว


12.ฝึกทักษะความสัมพันธ์ระหว่าง มือ และตา ความรอบคอบ
ข้อนี้ สามารถฝึกได้ทั้ง เกมปังย่า (เกมกอล์ฟ) และเกม O2Jam (เกมดนตรี) เพราะการเล่นสองเกมนี้นอกจากต้องอาศัยสมาธิแล้ว ยังเป็นการฝึกทักษะความสัมพันธ์ ระหว่าง การมอง และการกดแป้นพิมพ์ และต้องใช้ความรอบคอบและเก็บรายละเอียด ช่างสังเกต เช่น 
- เกมปังย่า (เกมกอล์ฟ) ต้องรู้จักสังเกต ทิศทางลม ความแรงลม ความลาดเอียงของพื้นที่ และต้องคำนวนระยะทาง กับความแรงที่เราจะตีลูกกอล์ฟออกไป ให้ตรงจุดหมาย เป็นต้น
- เกม O2Jam มีข้อดีดังนี้ 

1. เรียนรู้เรื่องจังหวะเพลง
2. ตัวโน๊ต ผู้เล่นที่คุ้นเคยกับตัวโน๊ต จะทำให้เล่นเกมได้ง่ายขึ้นและทักษะนี้สามารถฝึกได้
3.ฝึกประสาทสัมผัส การได้ยิน มือ ตา ฟัง และความคล่องแคล่วของนิ้ว
4.รู้สึกผ่อนคลาย สนุกสนานไปตามเสียงเพลง
5.ได้รู้จักเพื่อนๆที่มีใจรักเสียงเพลง เพื่อนคอเดียวกัน
6.ฝึกสมาธิ ควบคุมตนเอง
7.แข่งกับตนเอง พัฒนาทักษะไปเรื่อยๆ

12. ฝึกความอดทน ความพยายาม
บางอย่างในเกมก็ไม่ง่าย ต้องอาศัยความพยายาม เพราะต้องใช้เวลา และเก็บรายละเอียด ทำให้ผู้เล่นต้องมีความอดทนและความพยายาม เช่น การทำเควส หรือการปฎิบัติภารกิจ ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อที่จะได้เลื่อนขั้น เลื่อนยศ

13.รู้จักค่าของเงิน เก็บหอมรอมริบ
การจะได้อะไรสักอย่างในเกม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาวุธ จะต้องมีเงินในเกม เพราะฉนั้น ต้องรู้จักเก็บเงิน ที่อาจจะได้มาครั้งละน้อยๆ รวบรวมให้เป็นเงินก้อน หรือนำของที่เก็บได้ไปขาย เพื่อเก็บเงินไว้ซื้อของที่ต้องการ

13. ฝึกให้เป็นคนเสียสละ
บางเกมการทำภารกิจ ให้กลุ่มของตนเองได้เลื่อนขั้นต้องมีข้อแม้ความลำบากมากมาย เช่นต้องไปต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่เก่งๆ บางครั้งหัวหน้าทีม ต้องยอมสละ ค่า sp ที่ตนสะสมมาตลอดชีวิต หรือบางเควส ลูกทีมต้องยอมเสียสละ เลเวลตนเอง ที่กว่าจะเลื่อนได้แต่ละ เลเวลช่างยากเย็นนัก และลูกทีมต้องมีการสละเงินให้ทีมด้วย

14.จุดประกายให้อยากเป็นนักพัฒนาเกม 
ผู้เล่นหลายคนที่ เล่นเกมแล้วเกิดไอเดีย อยากมีเกมของตัวเอง อยากเรียนคอมพิวเตอร์ และเป็นนักพัฒนาเกม หรือทำ เอนิเมชั่น ซึ่งถือว่าเป็นการจุดประกาย เป็นการเริ่มต้นที่ดี

14. เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม
ผู้เล่นหลายคน ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากจุดที่ตนสนใจในเกม เช่น ในเกม TS online มีตัวละครในเรื่อง 3 ก๊ก อยู่ด้วย เด็กๆ จึงไปอ่านวรรณกรรมเรื่องสามก๊กเพิ่มเติม เพราะอยากรู้ว่า ตัวละครไหนเก่งกว่ากัน ใครชนะใคร และเนื้อเรื่องเป็นอย่างไร เพราะเนื้อเรื่องในวรรณกรรมนั้นเกี่ยวเนื่องกับเนื้อเรื่องในเกมด้วยเช่นกัน

เกมข่านออนไลน์ มีฉากที่เป็นประวัติศาสตร์ ยุคข่าน ของเมืองจีน

เกมแรคนารอคออนไลน์ มีกำแพงเมืองจีน เมืองอโยธยา ชื่อเซอร์เวอร์เป็นชื่อของเทพเจ้าในตำนาน ของกรีก

เกมมังกรหยก มีตัวละคร สำนัก ต่างๆ เหมือนในวรรณกรรมเรื่องมังกรหยก ฉากต่างๆเป็นฉากของเมืองจีน มีการทำการค้า วิถีชีวิตที่สอดแทรกลงไป เช่น การทำประมง การทำการค้า เป็นต้น

15.ทำให้มีเพื่อนต่างชาติ ฝึกภาษา
เช่นเกม โกะออนไลน์ สามารถเล่นกับเพื่อนต่างชาติได้สดๆ สามารถพูดคุยฝึกภาษาได้ด้วย

ไฮโดรเจนเปอร์ออฟไซด์ (H2O2)

ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
       น้ำมิใช่เป็นเพียงสารประกอบที่เกิดจากไฮโดรเจนกับออกซิเจนเพียงอย่างเดียว ยังมีสารประกอบของไฮโดรเจนกับออกซิเจนอีกตัวหนึ่งคือ H2O2 -ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ไม่อยู่ตัว สามารถสลายตัวให้ออกซิเจนกับน้ำ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ คล้ายโอโซน (O3) มากในบางกรณีเช่นใช้เป็นตัวฟอกจางสีใช้ฆ่าแบคทีเรีย สลายตัวให้ออกซิเจน ได้เหมือนกับน้ำ
         ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีขายตามร้านขายยานั้น มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อยู่ 3% อีก 97% เป็นน้ำ นับว่าเป็นส่วนผสมพอเหมาะสำหรับการนำมาใช้ แสงและความร้อนทำให้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์สลายตัวกลายเป็นน้ำได้อย่างดี ด้วยเหตุนี้ร้านเครื่องยาเขาจึงบรรจุไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ไว้ในขวดทึบแสง และเขายังเติมสารบางอย่าง เช่น แอลกอฮอล์ ลงไปเล็กน้อยเพื่อกันมิให้ H2O2 สลายตัวเร็วเกินไปและมีป้ายติดไว้ข้างขวดเตือนให้ผู้ตั้งเก็บไว้ในที่เย็น
สรุป
         สัญลักษณ์ของไฮโดรเจนคือ H อะตอมมิคนันเบอร์ 1 น้ำหนักอะตอม 1.00797 จุดหลอมเหลว 259.2 องศาเซลเซียส จุดเดือด 252.7 องศาเซลเซียส ความหนาแน่น 0.071 gm/ml เป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ละลายในน้ำได้น้อยมาก และอุณหภูมิมีผลต่อการละลายน้อยมากไฮโดรเจนไม่ช่วยในการหายใจ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เป็นพิษก็ตามแต่เมื่อรวมกับธาตุอื่น เกิดสารประกอบได้มากมาย และเนื่องจากอะตอมของไฮโดรเจนมีขนาดเล็กมาก สามารถแทรกเข้าไปตามช่องว่างระหว่างอะตอมของโลหะได้กลายเป็นสารไฮโดรด์ของโลหะ เราเรียกสารประกอบที่เกิดขึ้นโดยวิธีนี้ว่า Interstitial compound.

การพักผ่อนสายตา


          การพักผ่อนสายตา ~
วิธีการพักสายตา จากการใช้ คอมพิวเตอร์
คนเราส่วนใหญ่จะนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์มากๆ มีบางครั้งล้าสายตาหรือปวดตา ทำให้เกิดการระคายเคือง ตาอักเสบ วิธีการช่วยบรรเทาการปวดตา
1. หลับตา แล้วเกือกตาไปมา ซ้าย ขวา บน ล่าง และหลับให้นิ้งประมาณ 5 นาที
2. ออกไปสูดอากาศหายใจจะได้ผ่อนคลายไปในตัว
3. มองดูอะไรก็ได้ที่เป็นสีเขียว เช่น ต้นไม้ สนามหญ้า ฯลฯ หรืออะไรก็ได้ ที่มองแล้วสบายหูสบายตา วิธีนี้ส่วนมากใช้ได้ผล 70%
4. หาอุปกรณ์ เช่น แว่น ฯลฯ
เมื่อเทคโนโลยีมันก้าวมาถึงขีดที่คอมพิวเตอร์ซึ่งเคยแสนวิเศษ กำลังจะกลายเป็นอุปกรณ์ธรรมดาๆ ที่จำเป็นต้องมีของทุกหน่วยงาน ทุกคนต้องใช้ได้ใช้เป็น และเรากำลังหลงใหลได้ปลื้มกับความสามารถของคอมพิวเตอร์ จนลืมนึกถึงพิษภัยที่มันมากับคอมพิวเตอร์ แม้จะไม่ใช่ทางตรงทีเดียวกันก็ตาม พิษภัยนี้มีไว้สำหรับท่านที่นั่งใช้อยู่หน้าจอเป็นประจำเท่านั้น โดยเฉพาะท่านที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน จากการนั่งทำงานเป็นประจำ ผลกระทบต่อสุขภาพเบื้องต้นที่แน่ๆ ก็คือ ปวดหลัง ปวดไหล่ ต้นคอ และข้อมือ เกิดอาการเครียดที่ตา เพราะขณะมองจอนั้นผู้ใช้มักไม่กะพริบตา เป็นผลให้ตาขาดน้ำหล่อเลี้ยงเกิดอาการระคายเคืองได้ และอาการที่ตามมาคือตาพร่าและมองไม่เห็นชั่วคราว นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการไมเกรนพ่วงมาด้วย
ปัญหาทางตาเป็นปัญหาที่น่าห่วงมาก เพราะเมื่อตาเกิดความเครียดกล้ามเนื้อตา จะบีบรัดเลนซ์ตาจนเกิดความเมื่อยล้า หมอจึงแนะนำว่า ถ้าต้องใช้สายตาอยู่กับจอนานๆ ควรพักสายตาทุกสิบนาที ด้วยการเปลี่ยนไปมองวัตถุที่อยู่ไกลออกไปสัก 20 ฟุต มองสัก 2-3 นาทีแล้วค่อยมองจอต่อ จักษูแพทย์ได้แนะให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ ต้องพักสายตาให้มองไกลทุก 10 นาที และท่านที่มีปัญหาสายตาสวมแว่นอยู่แล้วนั้น ถ้าต้องมารับหน้าที่อยู่หน้าจอนานๆ ควรมีแว่นตาเฉพาะสำหรับงานหน้าจอนี้ด้วยอีกอันหนึ่ง ซึ่งแตกต่างไปจากแว่นตาที่ใช้ยามปกติ ส่วนจะแตกต่างอย่างไร คงต้องปรึกษาจักษุแพทย์ และในขณะเดียวกันท่านเหล่านี้ควรได้รับการตรวจวัดสายตาเป็นประจำ เพื่อให้ได้ขนาดเลนซ์ที่เหมาะสม
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการถนอมสายตาที่ยังไม่มีปัญหา ท่านไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีสีสว่างขณะนั่งหน้าจอ เพราะสีของเสื้อจะไปทำให้เกิดแสงสะท้อนบนจอภาพได้ และแสงสะท้อนนี้แหละที่จะทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ากว่าปกติ และยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตาเมื่อยล้าได้คือ ถ้าแสงจากจอสว่างน้อยกว่าแสงโดยรอบ ข้อนี้ผู้จัดสำนักงานควรจะมีความรู้ด้วย
ทั้งหมดคงต้องเป็นหน้าที่ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์เองที่จะเป็นผู้รับผิดชอบสุขภาพของตนเอง เพราะถ้าเกิดปัญหาสายตาขึ้น จะไปเรียกร้องเงินทดแทนก็คงทำได้ยาก

ข้างขึ้นข้างแรม

ข้างขึ้นข้างแรม      ปรากฏการณ์ข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ คือ ลักษณะเว้าแหว่งของดวงจันทร์ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งเดือน ซึ่งนักปราชญ์ชาวกรีกชื่อ ฮิบปราคัส เป็นคนแรกที่สามารถอธิบายถึงเหตุผลของการเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ได้
      ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของดวงจันทร์นั้น เกิดขึ้นจากแสงของดวงอาทิตย์ที่กระทบผิวของดวงจันทร์แล้วสะท้อนกลับมายังผู้สังเกตที่อยู่บนโลก  ซึ่งลักษณะการเว้าแหว่งของดวงจันทร์นั้น เป็นมุมมองที่เกิดขึ้นกับผู้สังเกตบนโลกนั่นเอง คาบการโคจรของดวงจันทร์รอบโลกหนึ่งรอบนั้น มีอยู่สองแบบคือ
      1. synodic period (ไซโนดิค พีเรียด)  หรือคาบการโคจรครบ 1 รอบเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์บนท้องฟ้า  ซึ่งมีค่าเท่ากับ 27.5 วัน เป็นคาบเวลาจริง ดังนั้นใน 1 รอบทรงกลมท้องฟ้า ดวงจันทร์จะเปลี่ยนตำแหน่งไป 27 ตำแหน่งหรือเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกราววันละ 13.33  องศา (360 / 27.5)
      2. sidereal period (ไซดิเรียล พีเรียด)  หรือคาบการโคจรครบ 1 รอบเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์  ระหว่างที่ดวงจันทร์โคจรไปรอบโลกนั้น โลกเองก็โคจรไปรอบดวงอาทิตย์ด้วยเช่นกัน เมื่อดวงจันทร์โคจรครบรอบ synodic period (27.5วัน) แล้ว โลกก็มีการเปลี่ยนตำแหน่งไปด้วย ทำให้ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิมเช่นกัน คือเคลื่อนไปทิศตะวันออกอีกราว 27 องศา ( ดวงอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่งไปจากเดิมวันละ 1 องศาโดยประมาณ) ทำให้ดวงจันทร์ต้องใช้เวลาเคลื่อนที่อีกนิดเพื่อให้ทันดวงอาทิตย์  ดังนั้น sidereal period จะมากกว่า synodic period อยู่ 2 วัน รวมเป็น 29.5 วัน

วงนอกคือตำแหน่งต่างๆของดวงจันทร์เมื่อโคจรรอบโลก 1 รอบโดยใช้ดวงอาทิตย์เป็นจุดอ้างอิง Sidereal Period
วงในเป็นภาพปรากฏของเสี้ยวดวงจันทร์ ที่เห็นจากผู้สังเกตบนโลก
       ดังนั้นคาบการเกิดเสี้ยวบนดวงจันทร์จะอ้างอิงกับตำแหน่งของดวงอาทิตย์เป็นหลัก คือจากตำแหน่งดวงจันทร์มืด (คืนเดือนมืด) ครั้งแรกจนถึงดวงจันทร์มืดอีกครั้งจะกินเวลา 29.5 วัน ตามค่า Sidereal Period นั่นเอง
      New Moon  หรือ เดือนมืด  เป็นตำแหน่งที่ดวงจันทร์อยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ หรือดวงจันทร์อยู่หน้าดวงอาทิตย์นั่นเอง ในวันนี้ผู้สังเกตที่อยู่ด้านมืดหรือด้านกลางคืน และด้านกลางวันบนโลกจะมองไม่เห็นดวงจันทร์  เราจึงเรียกว่าคืนเดือนมืด หรือ จันทร์ดับ
      Full Moon   หรือ วันเพ็ญ ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ  เป็นตำแหน่งที่ดวงจันทร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ หรือเป็นตำแหน่งตรงข้ามกับ New Moon ซึ่งแสงจากดวงอาทิตย์จะตั้งฉากกับดวงจันทร์พอดี  ผู้สังเกตที่อยู่ด้านกลางวัน จะไม่เห็นดวงจันทร์บนท้องฟ้าเลย ในขณะผู้ที่อยู่ด้านมืดจะเห็นดวงจันทร์นานที่สุดคือเริ่มจับขอบฟ้าตั้งแต่เวลาประมาณ 6 โมงเย็น และตกตอน 6 โมงเช้าของอีกวันหนึ่ง โดยที่เวลาเที่ยงคืนดวงจันทร์จะอยู่กลางศีรษะพอดี

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การโคจรของดาวเทียม

การเคลื่อนที่ของดาวเทียม
                 การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ต่างๆ มีลักษณะการเคลื่อนที่เป็นวงรี ซึ่งเราศึกษาในหัวข้อที่แล้ว เกี่ยวกับกฎของเคปเลอร์ ในหัวข้อนี้เราจะศึกษาการเคลื่อนที่ของดาวเทียมที่โคจรรอบโลก ในกรณีที่เคลื่อนที่เป็นวงกลม ซึ่งดาวเทียมขณะเคลื่อนที่รอบโลก จะมีแรงสู่ศูนย์กลางกระทำต่อดาวเทียม และจากกฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน ขณะที่ดาวเทียมโคจรรอบโลก จะมีแรงดึงดูดระหว่างมวลทำหน้าที่เป็นแรงสู่ศูนย์กลาง ดังรูป
แรงดึงดูดระหว่างมวลของโลกกับดาวเทียมทำหน้าที่เป็นแรงสู่ศูนย์กลาง

               จากกฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน กับการเคลื่อนที่ในแนววงกลม จะได้ว่า
เมื่อ                  me , m  แทนมวลของโลก และดาวเทียม
                                       v            แทนอัตราเร็วของดาวเทียมที่โคจรรอบโลก
                                       r             แทนรัศมีโคจรของดาวเทียม
                                       G           ค่าคงที่ความโน้มถ่วง


วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนะนำเจ้าของบล็อก

ชื่อเด็กชายกษิเดช  มูลสวัสดิ์

เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ห้องเรียนพิเศษ SME (Science-Math-English)
เลขที่ 3

เกิดวันที่ 28 สิงหาคม 2541 อายุ 14 ปี

ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีสาระมากซะเท่าไหร่